Main Content

จะรู้ได้อย่างไร หนังใหม่ เรื่องไหนน่าดู

จะรู้ได้อย่างไร หนังใหม่ เรื่องไหนน่าดู เหตุผลอะไรที่ทำให้คุณตัดสินใจว่า หนังเรื่องนั้นที่คุณสนใจจะน่าดู…ตัวอย่างหนัง เรื่องย่อ หรือการโปรโมทที่หลากหลายช่องทาง ความสนุกของหนังเรื่องหนึ่งต้องพิจารณาจากปัจจัยหลายอย่าง ถ้าไม่อยากผิดหวังกับการดูหนังใหม่ เรามีข้อมูลที่จะช่วยตัดสินว่า หนังใหม่ เรื่องนั้นน่าดูมากน้อยแค่ไหนมาฝากกันค่ะ

ไม่มีใครรู้เลยว่า หนังใหม่ แต่ละเรื่องที่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์นั้นสนุกมากน้อยแค่ไหน คุ้มค่าพอกับการเสียเงินและเวลาหรือไม่ หรือสนุกพอที่คาดหวังหรือไม่ แต่ก่อนที่จะดู หนังใหม่ สักเรื่อง คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าหนังเรื่องนั้นสนุก และเป็นตามคาดสมกับการรอคอย แต่เรามีเกณฑ์พิจารณาการดูหนังมาฝากทุกคนค่ะ

1.อ่านบทวิจารณ์ภาพยนตร์ (Movie reviews)

บทวิจารณ์จะช่วยให้คุณตัดสินใจเกี่ยวกับการเลือกดูหนังได้ง่ายขึ้น เพราะฉะนั้น การเลือกอ่านบทวิจารณ์ก็มีส่วนความสำคัญเช่นกันนะคะ ช่วยในการตัดสินใจ แต่ในฐานะที่เป็นคนดู ควรศึกษาหรืออ่านบทความวิจารณ์จากหลายๆ แห่ง แล้วพิจารณาบทสรุปถึงข้อดีข้อเสียของหนังเรื่องนั้น เพื่อนำมาใช้ในการตัดสินใจ และเมื่อถึงเวลาดูหนัง เราควรจะปล่อยความคาดหวังออกไป แล้วสนุกไปกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าน่าจะดีกว่านะคะ ส่วนเรื่องของบทวิจารณ์นั้นอาจเป็นเหตุผลประกอบในการเลือกดูหนัง แต่เมื่อเข้าไปดูหนังแล้ว คุณอาจจะมีมุมมองที่แตกต่างจากบทวิจารณ์ก็ได้

2.ผู้กำกับภาพยนตร์ (Film Director)

บางคนเลือกดูหนังก็เพราะชื่นชอบฝีมือของผู้กำกับภาพยนตร์ อาจจะเคยติดตามงานของผู้กำกับคนนี้มาก่อน อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ยังไม่รู้จัก ก็ต้องดูว่าผู้กำกับต้องการถ่ายทอดภาพออกมาด้วยวิธีใด เช่น ลำดับภาพแบบตัดสลับไปมา หรือเปิดเรื่องด้วยฉากจบแล้วค่อยย้อนกลับไปเหตุการณ์ต้นเรื่อง สลับกับการสืบสวนคดี ดำเนินเรื่องเป็นเส้นขนานไปพร้อมๆ กัน ซึ่งการดำเนินเรื่องในลักษณะนี้ จะทำให้คนดูเกิดความสนใจ และติดตามชมทุกวินาที แม้กระทั่งแค่กะพริบตาก็อาจจะพลาดฉากสำคัญได้ คำพูดบางประโยคที่เป็นหัวใจสำคัญของหนังเรื่องนั้นไปอย่างน่าเสียดาย หรือเรื่องราวที่แสนสะเทือนใจและหดหู่ใจ แต่ผู้กำกับภาพยนตร์บางคนก็เลือกที่จะถ่ายทอดความรู้สึกในด้านดีออกมา ก็ทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกดีตามไปด้วย

3.นักแสดง (Actors)

ผู้กำกับภาพยนตร์แต่ละคนก็จะมีวิธีการคัดเลือกนักแสดงที่แตกต่างกันออกไป โดยอาจเลือกจากประสบการณ์ ความสามารถทางการแสดง ความละเอียดอ่อน จินตนาการ น้ำเสียง และการใช้ภาษา รวมไปถึงบุคลิกภาพตรงตามบท นักแสดงที่ดีจะต้องเข้าถึงบทบาทที่ได้อย่างลึกซึ้ง แสดงออกมาได้อย่างมีชีวิตชีวา ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกออกมาทางสีหน้า ภาษา และได้เป็นอย่างดี สะท้อนให้เห็นถึงบุคลิก นิสัยใจคอ ทัศนคติ ภูมิหลัง และลักษณะด้านอื่นๆ ของตัวละครได้

4.การออกแบบเครื่องแต่งกาย (Costume design)

เป็นการบ่งบอกถึงคาแรคเตอร์ หรือบทบาทที่นักแสดงได้รับจากหนังเรื่องนั้นๆ เครื่องแต่งกายของนักแสดงที่เลือกต้องเหมาะสมกับประเภทของหนัง เพราะเครื่องแต่งกายของนักแสดงเป็นสีสันที่ช่วยสร้างบรรยากาศ โทนสีโดยรวมของเนื้อเรื่อง รวมถึงเรื่องราว หรือเค้าโครงของเรื่องก็ต้องมีความสอดคล้องไปกับฉากด้วย

5.แก่นของเรื่อง (Theme)

แต่ละเรื่องจะต้องมีจุดมุ่งหมายเพื่อแสดงแนวคิดหลักที่เป็นหัวใจของเรื่อง หนังบางเรื่องอาจมีมากกว่าหนึ่งแนวคิด แต่จะเน้นความคิดใดความคิดหนึ่งเป็นจุดเด่น ส่วนความคิดอื่นจะเป็นเรื่องรอง และที่สำคัญ จะต้องยึดแนวคิดที่ชัดเจนในการดำเนินเรื่องเพื่อไปสู่จุดหมายให้ได้ Theme ของเรื่องจะทำหน้าที่เป็นจุดศูนย์กลางของบท นักเขียนต้องมีความแม่นยำ เพื่อใช้ในการวางโครงเรื่อง และสร้างคาแรคเตอร์ของตัวละครให้สอดคล้องกัน

6.เพลงประกอบ (Music sound)

เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญมากเช่นกัน เพลงประกอบหนังนั้นต้องมีความสอดคล้องกับฉากต่างๆ ในเรื่อง หนังแต่ละเรื่องใช้เพลงเพื่อสร้างบรรยากาศ เนื้อหาของเพลงจะทำให้คนดูนั้นเคลิ้มตาม และได้อรรถรสมากขึ้น นอกจากเพลงประกอบจะช่วยให้หนังแจ้งเกิด ได้แล้ว ผู้แต่งเพลงประกอบก็จะได้รับคำชมไปด้วย

7.อ่านเรื่องย่อ (Synopsis)

สำหรับการอ่านเรื่องย่อของหนังนั้นจะทำให้เราได้รู้ว่า หนังใหม่ ที่กำลังจะเข้าโรงภาพยนตร์ ผู้กำกับภาพยนตร์เป็นใคร เคยกำกับหนังเรื่องไหนมาก่อน ผลงานที่ได้รับรางวัล รวมถึงนักแสดงหลักที่ช่วยดึงดูดความน่าสนใจของหนังอีกด้วย นอกจากนี้ยังทำให้คุณทราบอีกว่า โครงเรื่องของหนังนั้น พูดถึงอะไร พล็อตเรื่องมีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน ก็เพื่อให้ผู้ชมเข้าใจเรื่องราวที่ผู้กำกับภาพยนตร์ต้องการจะนำเสนอ และสามารถดูหนังได้อย่างมีอรรถรสมากยิ่งขึ้น

8.ตัวอย่างหนัง (Trailer)

ถือเป็นตัวกระตุกต่อมความน่าสนใจให้กับคนดูอยู่ไม่น้อย แต่หนังจะสนุกหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการดูตัวอย่างหนังเพียงอย่างเดียว คนส่วนใหญ่มักใช้ตัวอย่างหนังเป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจก่อนเลือกชมในโรงภาพยนตร์ และก็มีหลายครั้งเช่นกันที่คนรักหนังต้องผิดหวังทั้งน้ำตาออกมาจากโรงภาพยนตร์ เพราะเมื่อหนังฉายจริงแล้ว กลับไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ถ้าคุณไม่อยากผิดหวัง ควรศึกษาข้อมูลก่อนการดูหนังนะคะ

9.เทคนิคพิเศษ (Special Effects)

เทคนิคพิเศษในหนังจะช่วยสร้างภาพในจินตนาการผู้เขียนบท และผู้กำกับภาพยนตร์ให้ออกมามีความสมจริง ระทึก ตื่นตาตื่นใจ โดยมีเทคนิคพิเศษที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยการนำอุปกรณ์ต่างๆ มาประดิษฐ์ สร้างสรรค์ให้เกิดเป็นสิ่งของ หรือฉากจำลอง เพื่อให้เกิดความสมจริงในหนัง เช่น การทำสิ่งที่เกิดจากธรรมชาติอย่างฝนตก ลมพายุ หิมะ ระเบิด เลือด รอยบาดแผล เป็นต้น และหนังสิ่งที่สร้างขึ้นโดยคอมพิวเตอร์ เช่น ภาพวาดจากคอมพิวเตอร์ โปรแกรมการแมตช์ภาพ เทคนิค CGI การใช้ภาพซ้อน หรือการสร้างฉากทั้งหมดด้วยการวาดลงบนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ดังนั้น เทคนิคพิเศษที่อยู่ในหนังจะต้องสอดคล้องกับบท มีความเนียนและสมจริง ทำให้ผู้ชมเกิดความเพลิดเพลินในขณะที่ดูหนังไปด้วย

เอาเป็นว่าถ้าอยากรู้ว่า หนังใหม่ เรื่องไหนน่าดู ลองศึกษาตามที่เราแนะนำดูนะคะ เพราะสุดท้ายแล้วคนที่จะตัดสินคุณค่าของหนังก็คือ ตัวคุณเอง และทุกครั้งเมื่อคุณดูหนัง ควรปล่อยความคาดหวังต่างๆ ออกไปให้หมด แล้วสนุกไปกับสิ่งที่ได้รับจากหนังเรื่องนั้นๆ ดีกว่าค่ะ